ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการกล่าวหาว่าจัดประชุมอย่างหรูหรา
และขอให้ยุติการสื่อสารที่สร้างความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการทำงานควบคุมยาสูบ
ตามที่ปรากฏการเผยแพร่ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ของ นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนัก
นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2569 โดยนำกำหนดการประชุมร่วมระหว่างกระทรวงสาธารณสุขกับสมาพันธ์
เครือข่ายแห่งชาติเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 26 ตุลาคม 2569 ณ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ไป
เผยแพร่พร้อมข้อความกล่าวหาในทำนองว่าเป็นการใช้เงินภาษีประชาชนเพื่อการกินหรูอยู่สบาย และนำภาพราคา
ห้องพักโรงแรมคืนละประมาณ 15,000 บาทมาประกอบ จนอาจทำให้สังคมเข้าใจว่าการประชุมดังกล่าวใช้
งบประมาณจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อความสะดวกสบายส่วนบุคคลนั้น
สมาพันธ์ฯ ขอชี้แจงข้อเท็จจริงและแสดงจุดยืนต่อสาธารณชน ดังนี้
ประการแรก การประชุมมีเป้าหมายเพื่อรวมพลังเครือข่ายวิชาชีพและภาคประชาสังคม สนับสนุน
กระทรวงสาธารณสุขขับเคลื่อนงานควบคุมยาสูบระดับพื้นที่ มิใช่การพักผ่อนหรือท่องเที่ยว
ปัญหาบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าเป็นปัญหาสุขภาพสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน การ
แก้ไขปัญหาไม่อาจอาศัยการทำงานของภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่จำเป็นต้องร่วมมือกับเครือข่ายวิชาชีพแพทย์และ
สาธารณสุข หน่วยงานระดับจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานศึกษา และภาคประชาสังคม เพื่อให้
มาตรการควบคุมยาสูบเกิดผลจริงในพื้นที่ซึ่งกาหนดการประชุมระบุเนื้อหาสำคัญเกี่ยวกับนโยบายควบคุมยาสูบ
ของกระทรวงสาธารณสุข การขับเคลื่อนงานในระดับจังหวัด การกำหนดตัวชี้วัด การจัดทำแผนยุทธศาสตร์จังหวัด
และการสนับสนุนการดำเนินงานร่วมกัน เป้าหมายคือการป้องกันนักสูบหน้าใหม่ คุ้มครองผู้ไม่สูบบุหรี่ เชื่อมโยงผู้
ติดบุหรี่เข้าสู่บริการเลิกบุหรี่ และควบคุมการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในระดับพื้นที่
ประการที่สอง สมาพันธ์ฯ และเครือข่ายวิชาชีพทำงานเพื่อปกป้องสุขภาพประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง
มีผลงานที่ตรวจสอบได้ มิใช่เครือข่ายที่จัดตั้งขึ้นเพื่อใช้งบประมาณจัดประชุม
สมาพันธ์เครือข่ายแห่งชาติเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่เป็นการรวมพลังขององค์กรและเครือข่ายจาก
หลากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชน ประกอบด้วยองค์กรวิชาชีพแพทย์และวิชาชีพสุขภาพ ราชวิทยาลัย
มหาวิทยาลัย สถาบันการศึกษา เครือข่ายพระสงฆ์ องค์กรด้านแรงงาน สื่อมวลชน มูลนิธิ และองค์กรภาคประชา
สังคม ที่ร่วมกันขับเคลื่อนงานควบคุมยาสูบมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน โดยอาศัยองค์ความรู้ทางวิชาการ ความ
เชี่ยวชาญของเครือข่ายวิชาชีพ และพลังความร่วมมือของภาคีในระดับพื้นที่ เพื่อสนับสนุนการทำงานของกระทรวง
สาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการปกป้องเด็กและเยาวชนจากบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า
ผลงานที่ผ่านมา ได้แก่ การสนับสนุนมาตรการและกฎหมายควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ การพัฒนาเครือข่าย
สมาพันธ์จังหวัดปลอดบุหรี่ การส่งเสริมบ้าน วัด สถานศึกษา และสถานประกอบการปลอดบุหรี่ การเชื่อมโยง
ประชาชนเข้าสู่บริการช่วยเลิกบุหรี่ รวมถึงการร่วมกับภาคีเครือข่ายรณรงค์ไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งมีประชาชนร่วมลง
ชื่อกว่า 600,000 รายชื่อ งานเหล่านี้เป็นผลจากความทุ่มเทร่วมกันของบุคลากรวิชาชีพและภาคประชาสังคม
จำนวนมาก ไม่ควรถูกลดทอนคุณค่าลงเหลือเพียงภาพสถานที่จัดประชุมหรือราคาห้องพักที่ถูกนามาเผยแพร่
ประการที่สาม การเลือกสถานที่ประชุมเกิดจากความร่วมมือกับพันธมิตรภาคเอกชน โดยการประชุม
ครั้งนี้ไม่ได้ใช้งบประมาณของ สสส. สำหรับสถานที่ประชุม และภาพราคาห้องพักจากเว็บไซต์ไม่ใช่หลักฐาน
ยืนยันค่าใช้จ่ายจริง
สมาพันธ์ฯ ยืนยันอีกครั้งว่า การประชุมวันที่ 26 ตุลาคม 2569 ไม่ได้ใช้งบประมาณจาก สสส. สำหรับ
สถานที่ประชุม ดังนั้นการนำภาพราคาห้องพักจากระบบจองโรงแรมมาเชื่อมโยงกับข้อกล่าวหาว่ามีการใช้เงิน สสส.
อย่างฟุ่มเฟือยจึงไม่ตรงกับข้อเท็จจริงเรื่องแหล่งงบประมาณของการประชุมนี้ อีกทั้งภาพดังกล่าวเป็นเพียงราคา
ห้องพักประเภทหนึ่งบนเว็บไซต์ มิใช่เอกสารการจองห้องพักของผู้เข้าร่วมประชุม มิใช่ใบเสร็จรับเงิน และมิใช่
หลักฐานการเบิกจ่ายจริง สาหรับเหตุผลในการเลือกสถานที่ประชุมครั้งนี้ สมาพันธ์ฯ ขอชี้แจงว่าสถานที่ดังกล่าว
เป็นของพันธมิตรภาคเอกชนที่ให้การสนับสนุนการดำเนินงานของสมาพันธ์ฯ มาอย่างต่อเนื่อง ด้วยตระหนักถึง
คุณค่าของภารกิจที่มุ่งสร้างประโยชน์แก่สังคมและปกป้องสุขภาพประชาชน การเลือกใช้สถานที่แห่งนี้จึงอยู่บน
พื้นฐานของความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนกับเครือข่ายวิชาชีพเพื่อสนับสนุนงานสาธารณประโยชน์ มิใช่การเลือก
สถานที่โดยมุ่งความหรูหราหรือความสะดวกสบายส่วนบุคคล ทั้งนี้การพิจารณาความเหมาะสมของค่าใช้จ่ายควร
พิจารณาจากเงื่อนไขการสนับสนุนและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่ราคาห้องพักทั่วไปที่ปรากฏบนเว็บไซต์เพียง
อย่างเดียว
สมาพันธ์ฯ เคารพสิทธิของประชาชนในการตั้งคำถามและตรวจสอบความคุ้มค่าของค่าใช้จ่ายสาธารณะ
แต่การกล่าวหาเรื่องการใช้จ่ายที่ไม่เหมาะสมต้องอาศัยเอกสารข้อเท็จจริง เช่น แหล่งเงินที่ใช้จริง เอกสารอนุมัติ
หรือจัดซื้อจัดจ้าง เงื่อนไขการเลือกสถานที่ และหลักฐานการชำระเงิน ไม่ใช่อาศัยภาพราคาห้องพักเพียงภาพเดียว
มาสรุปว่ามีการใช้เงิน สสส.
ประการที่สี่ แม้การประชุมครั้งนี้ไม่ได้ใช้งบ สสส. แต่การใช้เงินสนับสนุนจาก สสส. ในโครงการที่ได้รับ
ทุนยังอยู่ภายใต้ระบบกำกับและตรวจสอบอย่างเข้มงวด
สำหรับโครงการที่ได้รับเงินสนับสนุนจาก สสส. การใช้จ่ายทุกบาททุกสตางค์ต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์
ระเบียบ และเงื่อนไขของโครงการ มีบัญชีและเอกสารประกอบการเบิกจ่ายทุกรายการ รวมถึงใบเสร็จรับเงินที่
สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ โดยอยู่ภายใต้กระบวนการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินโครงการและการรับรองโดย
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (Certified Public Accountant: CPA) ตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการตรวจสอบ
โดยสานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตามอำนาจหน้าที่ รวมทั้งการสุ่มตรวจโครงการตามกระบวนการ
ตรวจสอบ
การใช้เงินผิดระเบียบไม่ใช่สิ่งที่สามารถดำเนินการได้โดยปราศจากการตรวจสอบและความรับผิดชอบ
หากตรวจพบรายการที่ไม่ถูกต้อง ผู้เกี่ยวข้องย่อมต้องรับผิดตามหลักเกณฑ์และกฎหมาย สมาพันธ์ฯ ยืนยัน
หลักการความโปร่งใส ความคุ้มค่า และความรับผิดชอบต่อเงินสาธารณะ พร้อมสนับสนุนการตรวจสอบด้วย
หลักฐาน ทั้งนี้ขอให้แยกให้ชัดเจนระหว่างระบบตรวจสอบเงินสนับสนุนจาก สสส. ในโครงการต่าง ๆ กับข้อเท็จจริง
ที่ว่า การประชุมวันที่ 26 ตุลาคม 2569 ไม่ได้ใช้งบประมาณจาก สสส.
ท้ายที่สุด ขอให้โฆษกรัฐบาลตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนกล่าวหา และรับผิดชอบต่อการสื่อสารที่อาจทำให้สังคมเข้าใจผิด
สมาพันธ์ฯ ขอเรียกร้องให้ นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตระหนักถึง
ความรับผิดชอบต่อการสื่อสารสาธารณะ บุคคลซึ่งดำรงตาแหน่งดังกล่าวสามารถตั้งคำถาม วิพากษ์วิจารณ์ และ
เรียกร้องให้ตรวจสอบการใช้เงินสาธารณะได้ แต่ควรมีข้อเท็จจริงและหลักฐานหนักแน่นก่อนเผยแพร่ข้อความที่
อาจกระทบต่อชื่อเสียงของบุคคลหรือองค์กร โดยเฉพาะกรณีนี้ซึ่งสมาพันธ์ฯ ยืนยันชัดเจนว่าการประชุมไม่ได้
ใช้งบประมาณ สสส.
การนำภาพราคาห้องพักที่ยังไม่ใช่หลักฐานการจ่ายเงินจริงไปเชื่อมโยงกับถ้อยคากล่าวหาเรื่อง “กินหรูอยู่
สบาย” อาจทำให้สาธารณชนเข้าใจผิด และกระทบต่อชื่อเสียง เกียรติภูมิ ตลอดจนขวัญกำลังใจของเครือข่าย
วิชาชีพและภาคประชาสังคมที่ทำงานเพื่อสุขภาพประชาชนมาอย่างยาวนาน สมาพันธ์ฯ เห็นว่าการสื่อสารลักษณะ
นี้ไม่เหมาะสมกับความรับผิดชอบของตำแหน่งโฆษกรัฐบาล ซึ่งควรเป็นแบบอย่างของการสื่อสารที่ถูกต้อง
รอบคอบ และเป็นธรรม
สมาพันธ์ฯ จึงขอเรียกร้องให้ยุติการเผยแพร่ข้อความที่กล่าวหาโดยไม่มีหลักฐานยืนยันเพียงพอ
เปิดเผยหลักฐานประกอบข้อกล่าวหา และหากไม่สามารถพิสูจน์ได้ ขอให้แก้ไขหรือถอนข้อความที่สร้างความ
เข้าใจผิด พร้อมแสดงความรับผิดชอบด้วยการกล่าวคำขอโทษต่อบุคคลและองค์กรที่ได้รับผลกระทบอย่าง
เปิดเผยต่อสาธารณชน การตรวจสอบเงินสาธารณะเป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกฝ่ายต้องสนับสนุน แต่การตรวจสอบ
ต้องตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง ไม่ใช่การสร้างข้อกล่าวหาที่เกินกว่าพยานหลักฐาน
สมาพันธ์เครือข่ายแห่งชาติเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่จะยังคงทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขและ
ภาคีทุกภาคส่วน เพื่อปกป้องเด็ก เยาวชน และประชาชนไทยจากอันตรายของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าอย่าง
ต่อเนื่อง
สมาพันธ์เครือข่ายแห่งชาติเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่
วันที่ 25 ตุลาคม 2569
